ko


ชายคนจรรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ไม่เป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์อีกต่อไป แต่เขาก็ได้แต่พร่ำบ่นในขณะหัวใจที่บอบช้ำด้วยความระทมทุกข์ยังเต้นในจังหวะเชื่องช้าโรยแรง
แต่ไม่ตาย! เขาเจ็บปวด!


ใครใครก็มีคำถาม
--คำถามแห่งชีวิต--
ปรัศนีของชีวิตแต่ละคนล้วนแตกต่าง มากบ้างน้อยบ้างตามความหนาของกิเลสตัณหา
ชายผู้นี้ผู้ที่ข้าพเจ้าจะกล่าวถึง ก็มีคำถามในชีวิตเหมือนกัน
หนึ่งคำถามและคาดว่าจะได้รับเพียงเสียงถอนลมหายใจ(ของตัวเอง)แทนคำตอบ
ผมอยากตายได้มั้ย?0000000000000000000000000000000000000

รถเมล์มุ่งไปจุดหมายคือป้ายหน้า เมื่อคนขับมองเห็นเพื่อนผู้เก็บของเก่าขายยืนรออยู่ที่นั่น ก็ร้องแซวขึ้นว่า
เฮ่ย! รับคนบ้าหน่อยโว้ย! และยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
อย่างงี้ต้องเก็บสามเท่า กระเป๋ารถเมล์ช่วยสำทับและยิ้มหยัน
ชายคนจรคนนั้นก้าวขึ้นมาและเดินตรงไปนั่งที่เบาะหลังคนขับ เขาแบกถุงสองใบใหญ่ยัดของไว้เต็มจนกลม
และคนขับรถเมล์ถาม หอบอะไรมาเยอะแยะวะ
ของ ชายคนจรตอบ
ของน่ะอะไร?
เสื้อผ้าเก่ากับของกิน เขาให้มา
กระเป๋ารถเมล์เดินมาเก็บค่าโดยสาร มันเป็นหน้าที่ของเขาและไม่อ้างความเป็นเพื่อน
นั่งไปหลายป้ายทั้งสองคุยกันแบบถามคำ(คนขับ)ตอบหลายคำ(ชายคนจร)
กูอยากตาย อยากไปเกิดเป็นหมูเป็นหมาอะไรก็ได้วะ ชายคนจรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
บ้า บ้าในความคิดของคนขับคือ มึงจะบ้าหรือไงมีแต่คนอยากอยู่ เขากลัวตายกันทั้งนั้น
เฮ่ย! กูพูดจริง กูพยายามหลายครั้งแต่เสือกไม่ตาย
หาอะไรทำไปวันวันสิวะ จะได้ไม่ต้องคิดมาก
มันไม่มีอะไรทำนี่สิวะ
มันค่อนข้างโหดร้ายสำหรับบทสนทนานี้ ทุกชีวิตมีสิทธิ์ที่จะตาย ด้วยสิทธิ์ในเจ้าของชีวิตตัวเอง
สิทธิ์ที่จะไม่ทนอยู่กับความทุกข์ขมขื่น การเลือกอยากตายชองชายคนจร ฟังดูแล้วไม่แน่ใจว่าแสดงความกล้าหาญ(ที่ใช้สิทธิ์ฆ่าชีวิตตัวเองและสวนทางกับศีลธรรม) หรือความขลาดและเขลา(ที่ไม่ต่อสู้กับความทุกข์และเผชิญหน้ากับความจริง)
มันโหดร้ายตรงที่เขาบอกว่าไม่มีอะไรจะทำแล้วในชาตินี้(ชีวิตนี้)ก็สมควรตาย แต่ไม่ตาย
คนขับรถเมล์บอกให้หาอะไรทำไปวันวัน แต่นั่นก็เป็นความคิดเขา แต่ไม่ใช่ของชายคนจร
ใครบ้า? (ปรัศนีแห่งชีวิตถัดมา)
คนอยากอยู่เรียกคนอยากตายว่า บ้า คนอยากตายเรียกคนอยากอยู่ว่า บ้า
ทุกคนมีชีวิตอยู่ และดำเนินไปด้วยแรงกิเลสตัณหาแตกต่าง นั่นหมายถึงว่า ทุกคนมีชีวิตที่ต่างกัน! ดังนั้นจึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่คนจะอยากอยู่หรืออยากตาย
แต่เจ็บปวด
เจ็บปวดตรงที่อยากตายแต่ไม่ตาย อยากอยู่แต่กลับตาย
ชายคนจรรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ไม่เป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์อีกต่อไป แต่เขาก็ได้แต่พร่ำบ่นในขณะหัวใจที่บอบช้ำด้วยความระทมทุกข์ยังเต้นในจังหวะเชื่องช้าโรยแรง
แต่ไม่ตาย! เขาเจ็บปวด!
ความจนไม่ใช่ปัญหาในการตัดสินใจจบชีวิต หากแต่ยังมีหลากปัญหาจากหลายชนชั้น จน-รวย เด็ก-ผู้ใหญ่ คนเก็บของเก่าหรือบรมเศรษฐี ฯลฯ ก็อยากตาย
คนอยากตายเป็นส่วนน้อยของสังคมจึงเป็นที่เย้ยหยันของคนอยากอยู่
และทั้งคนอยากอยู่และอยากตายก็เป็นที่เย้ยหยันน่าขันของมัจจุราชผู้ที่ทุกคนต้องไปพบไม่วันใดก็วันหนึ่ง
จอดป้ายหน้า ป้ายหน้า ถึงแม้ว่าชีวิตของชายจรจะไร้หลัก แต่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เข้าก็จะถึงป้ายจุดหมายปลายทาง
และเขาก็คงสมหวังในสักวันแน่นอน
ความตาย

0000000000000000000000000000000000000

ผมอยากตายได้ไหม? คำถามแห่งชีวิตสะท้อนมาจากหัวใจของชายคนจร
หวังว่าเขาคงได้คำตอบ
ใครใครก็มีคำถามแล้วคำถามในชีวิตของคุณคืออะไร?


????????????????????????????????????????????????

ความลับกับลูกสาว

ในค่ำคืนหนึ่ง...

หลังจากกราบพระคุณพ่อแม่แล้ว

คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบแล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดูซึ่งสำคัญมาก

ว่าแล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้

พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า

ถ้าอยากรู้ให้เอามือเขกพื้น 3 ที ลูกทำตาม

คุณพ่อว่าไม่พอต้อง 5 ที

และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ที จนลูกอุทธรณ์ก็ลูกอยากทราบนี่คะว่าเป็นอะไร

เมื่อพ่อแบมือออก มันคือเหรียญ 5 บาทเดิม

พ่อถามว่าอยากดูอีกไหม

ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น 10 ที ลูกว่าหนูรู้แล้วไม่อยากดูคะ

คุณพ่อว่า เอ้า..เขกพื้น 1ทีก็ได้ ลูกก็บอกว่าทราบแล้วไม่อยากดู..เบื่อ

คุณพ่อว่าให้ดูฟรีๆก็ได้แล้วก็แบมือออก ลูกก็ดูไปอย่างนั้นเอง

คุณพ่อเลยสอนว่า นี่นะลูก อะไรที่เป็นความลับคนมักยอมทำทุกอย่างที่จะได้

สมปารถนา อยากดู อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อสมปารถนาแล้ว

ดูบ่อยๆก็มักจะเบื่อ ให้ดูฟรีๆยังไม่ยอมดูเลย

แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับผู้หญิง

เป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไร

ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ดูฟรีหรอก